ศึกแห่งศักดิ์ศรีของ ทีมชาติอังกฤษ vs ทีมชาติสก็อตแลนด์

ทีมชาติอังกฤษ

ทีมชาติอังกฤษ vs ทีมชาติสก็อตแลนด์ ศึกแห่งศักดิ์ศรีที่เสมอ 0-0

ทีมชาติอังกฤษ

ทีมชาติอังกฤษ ทำศึกแห่งศักดิ์ศรี ‘แบ็ทเทิ่ล ออฟ บริเทน’ กับ สก๊อตแลนด์ จบลงด้วยการเสมอกันแบบไข่ไม่แตก

1. ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมขุนพล ‘ตาร์ตั้น’ ที่คุณภาพผู้เล่นเป็นรอง แต่สวมหัวใจของนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่แบบ วิลเลี่ยม วัลเลซ มากกว่า ด้วยการเล่นแบบถึงลูกถึงเมียเข้าปะทะเร็วทุกจังหวะสลับกับการถอยลงไปปิดพื้นที่แน่นหนา

กุนซือสก๊อตต์อย่าง สตีฟ คลาร์ก วางแผนมาดี นักเตะเล่นตามกลยุทธ์อย่างเคร่งครัด น่าเสียที่เกมรุกคุณภาพต่ำเกินไปหน่อย มิเช่นนั้นคงบุกมาเหยียบหน้าพวกอังกฤษถึงถิ่นไปแล้ว

2. ต่อเมื่อเจอการเล่นแบบ ‘เพรสซิ่ง’ อังกฤษ จึงครองบอลทำเกมรุกไม่ถนัด ว่าแล้วก็ต่อบอลกันติดๆ ขัดๆ เล่นเร็วไม่ได้เหมือนถูกกางเกงในเข้าตูด

และเมื่อ สก๊อตแลนด์ ถอยลงไปปิดพื้นที่ด้วยระบบการเล่นแบบ ‘หลังสาม’ ทีมสิงโตคำรามก็หาช่องว่างกันไม่เจออยู่ดี – เกมรุกฝืดเคือง เจาะไม่เข้า และสร้างความกดดันให้คู่แค้นของตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ

3. เท่านั้นไม่พอ

ผู้เล่นอังกฤษยังเคลื่อนที่กันได้ไม่ดีนัก นักเตะในแผนกเกมรุกอย่าง เมสัน เมาต์ รวมถึงหน้าซ้ายกับหน้าขวาอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง กับ ฟิล โฟเด้น เล่นไม่ออก – หัวหอกตัวเป้าอย่าง แฮร์รี่ เคน จึงถูกตัดออกจากเกมไปโดยปริยาย แถมไม่อยู่ในตำแหน่งที่เป็นอันตรายที่สุดต่อคู่แข่งอีกตะหาก

4. เมื่อรูปเกมห่วยแตก แกเร็ธ เซาธ์เกต เปลี่ยนตัวด้วยการส่ง แจ็ค กรีลิช ลงมาตามคำเรียกร้องแทน ฟิล โฟเด้น แล้วโยก

ราฮีม สเตอร์ลิง จากซ้ายไปขวา อาการยังไม่กระเตื้องขึ้นสักเท่าไหร่

แฮร์รี่ เคน จึงถูกเปลี่ยนตัวออกอีกคน เพื่อให้กองหน้าที่มีความปราดเปรียวกว่าอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงมาแทน ซึ่งผลลัพธ์แทบไม่แตกต่างกัน

ประเด็นมันอยู่ตรงนี้แหละครับ

คือบนม้านั่งสำรองยังมีตัวรุกที่ฝีเท้าจัดจ้านอย่าง เจดอน ซานโช่ รวมถึงหัวหอกจอมโขกอย่าง โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน ที่สามารถส่งลงมาเสริมเกมรุกได้ในกรณีที่ต้องการทำประตูให้ได้

ทว่ากุนซือสิงโตคำรามกลับยักไหล่เหมือนพอใจที่ไม่แพ้ซะอย่างนั้น !!!

การเพิกเฉยไม่คิดที่จะเปลี่ยนตัวรุกลงมานี่แหละครับที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า แกเร็ธ เซาธ์เกต ปอดแหก ไม่กล้าเสี่ยง เช่นเดียวกับไม่พยายามที่จะเอาชนะคู่แข่ง

เข้าใจครับว่าผลเสมอไม่ถือว่าเสียหายมากนัก นัดสุดท้ายแค่เล่นแบบเพลย์เซฟดึงเสมอกับสาธารณรัฐเช็กก็จะจูงมือกันเข้ารอบต่อไปทั้งคู่

แต่ถามจริงๆ เถอะว่าการถอดนักเตะลูกรักอย่าง ‘หนูหริ่ง’ ที่เล่นไม่มีประโยชน์ออกแล้วส่ง เจดอน ซานโช่ ลงมาแทนเนี่ย มันจะเสี่ยงเชี่ยอะไรนักหนาวะครับเจ้านาย ???

5. บางทีอาจมองได้ว่ามันเป็นเหลี่ยมเล่ห์ของ อังกฤษ ที่เล่นแบบพอใจในผลเสมอ เพราะต้องการเข้ารอบเป็นที่ 2 ของกลุ่ม เพื่อหลีกเลี่ยงคู่แข่งอย่าง ฝรั่งเศส, เยอรมัน หรือ โปรตุเกส ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

แต่ขอเรียนตามตรงว่าลงเล่นไป 2 นัด ผู้ชมทางบ้านอย่างผมยังมองไม่ออกเลยครับว่าพลพรรคสิงโตคำรามจะเอาอะไรไปคว้าแชมป์ยุโรปหนนี้ กะอีแค่แก้ไขสถานการณ์ให้เกมรุกมันดุดันขึ้นบ้าง ผู้เป็นกุนซือยังไม่กล้าเลย

อ่านข่าวเพิ่มเติม : ข่าวกีฬา

Fackbook Fanpage : Offside365

คาสิโนออนไลน์